บริษัท ศรีเทพไทย มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
Srithepthailubricants.com

02-3992411,063-220-2411

น้ำมันแร่

   
UPDATE 29/05/2017 TIME 01:19 AM    
ชื่อผู้เขียน พชรวุฒิ ขวัญยืน

ในกระบวนการนำ น้ำมันดิบ (Crude oil) จากการขุดเจาะจากแหล่งตามธรรมชาติ มาแยกองค์ประกอบด้วยวิธีการกลั่นลำดับส่วน เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด เป็นต้น จะมีของเหลือจากการผลิตในปริมาณมาก ของเหลือเหล่านี้เมื่อนำมาผ่านกระบวนการแยกอีกครั้ง จะได้องค์ประกอบหนัก ที่มักจะนำไปผลิตเป็นยางมะตอย และองค์ประกอบที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำมันหล่อลื่น เรียกว่า น้ำมันแร่ (Base oil)

 

น้ำมันแร่ผลิตได้ในปริมาณมาก มีความหนืดหลากหลาย เมื่อนำมาแยกตามช่วงความหนืด จะสามารถนำไปผสมกับสารเพิ่มคุณภาพ (Additives) ตามความต้องการ เพื่อผลิตเป็นน้ำมันหล่อลื่นได้ แต่ก่อนจะนำน้ำมันแร่มาใช้ ต้องผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพ ด้วยการกำจัดองค์ประกอบที่ไม่ต้องการ และควบคุมให้มีองค์ประกอบที่ต้องการให้มากที่สุด

 

เนื่องจากน้ำมันแร่เป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ เช่นเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิง จึงมีสาร ซัลเฟอร์ (Sulfur) หรือกำมะถัน ในปริมาณมาก สารนี้เมื่ออยู่ในน้ำมันหล่อลื่น จะทำปฏิกิริยากับก๊าซอ็อกซิเจนในอากาศ โดยมีความร้อนเป็นตัวเร่ง เกิดปฏิกิริยา อ็อกซิเดชั่น (Oxidation) ทำให้น้ำมันเกิดการเสื่อมสภาพ ได้แก่ มีความหนืดเพิ่มขึ้น มีสภาพเป็นกรด มีสีคล้ำ ทำให้ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นลดลง เกิดการกัดกร่อนชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีการหล่อลื่น จึงต้องทำการเปลี่ยนถ่าย นอกจากนั้นในน้ำมันแร่ยังมีองค์ประกอบที่เป็นสารอิ่มตัว (Saturate) และไม่อิ่มตัว (Unsaturate) หากมีสารอิ่มตัวในปริมาณมากก็จะเกิดปฏิกิริยาจนมีการแปรสภาพได้ยาก ตรงกันข้ามหากมีสารไม่อิ่มตัวในปริมาณมากก็จะเกิดปฏิกิริยาจนมีการแปรสภาพได้ง่าย ทำให้น้ำมันมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะจะนำมาใช้หล่อลื่นได้ต่อไป

 

นอกจากนั้น เนื่องจากน้ำมันแร่มีค่าความหนืดที่ขึ้นกับอุณหภูมิ น้ำมันแร่ที่ดีจึงควรมีค่า ดัชนีความหนืด (Viscosity index) ที่สูง เพื่อรักษาค่าความหนืดให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมน้อยที่สุด เมื่ออุณหภูมิการใช้งานมีการเปลี่ยนแปลงไป

Scroll to Top