บริษัท ศรีเทพไทย มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
Srithepthailubricants.com

02-3992411,063-220-2411

ผ้าเบรก และจานเบรกที่ต้องรู้

   
UPDATE 7/12/2016 TIME 11:24 AM    
ชื่อผู้เขียน บ้านห้วยขมิ้น

ผ้าเบรค

 

รถยนต์ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา นอกจากปัจจัยสี่ และการมีรถยนต์นั้น การที่จะได้มาก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล เช่นมีไว้เป็นยานพาหนะ ทำมาหากิน เพื่อความโก้หรู หรือสะสม

 

ส่วนผมนั้นรถมีไว้เพื่อทำมาหากิน และรถหนึ่งคันก็ใช่ว่าแค่มีเงินไว้ดาวน์ และเพื่อผ่อนจนครบตามสัญญาการเช่าซื้อ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นเช่น ภาษีรายปี ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าล้างรถ ค่าซ่อมบำรุง ไม่ว่าน้ำมันหล่อลื่นต่างๆในรถยนต์ ค่ายางรถ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลองมานั่งคิดดู อย่างน้อยในปีๆหนึ่ง ต้องมีซึ่งในส่วนค่าซ่อมบำรุงอย่างน้อย 15,000 – 20,000 บาท/ปี หรืออาจมากว่านั้น แล้วแต่ยี่ห้อของรถนั้นๆ เมื่อถึงเวลาซ่อมบำรุงเราก็ต้องเข้าตามอู่ หรือศูนย์บริการต่างๆ และผมก็เชื่อว่าท่านหลายๆคน เมื่อเข้าศูนย์บริการ ช่างก็จะมาแนะนำว่าอุปกรณ์นู้น นี่ นั่น เสีย ต้องเปลี่ยนต้องซ่อม และพอให้ดูราคาก็รู้สึกว่า “โอ้ว แม่จ้าว นี่มันจะเท่ากับค่าผ่อน หรือ ครึ่งนึง ของค่าผ่อนรถเราเลยวะ“  และประสบการณ์ที่จะพูดถึงวันนี้ก็คือ เบรกหน้าหลัง จานเบรก ลูกปืนล้อ ซึ่งเจอกับศูนย์บริการแห่งหนึ่ง (ไม่ใช่ศูนย์ของยี่ห้อรถนะ เป็นข้างนอกเนื่องจากเกินระยะเวลารับประกันของรถไปแล้ว) ทำใบเสนอราคามาให้ ประมาณเก้าพันกว่า เฮ้ย นั่งมึนแพร๊บๆ ยังไม่ตอบรับว่าจะทำหรือไม่ทำ เลยหาข้อมูลก่อน และเมื่อหาข้อมูลก็เลยตัดสินใจทำในสิ่งที่คิดว่าสำคัญและปลอดภัยก่อน ซึ่งทำทีเดียวทั้งหมด เดือนนี้เกรงว่าจะหมุนไม่ทัน และนี่จึงเป็นที่มาของเนื้อหาในวันนี้ เผื่อจะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจในการที่จะต้องจ่ายเงินเท่าที่จำเป็นจะต้องจ่ายออกไป

 

ระบบเบรกเป็นสิ่งที่นักขับไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่งเพราะหมายถึงความปลอดภัยของตัวคุณและเพื่อนร่วมทาง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุฉุกเฉินที่ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน และวันนี้ได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับผ้าเบรกมาฝากทุกท่าน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผ้าดิสก์เบรก  ชนิดของผ้าดิสก์เบรกที่มีจำหน่ายกันอยู่ในท้องตลาดขณะนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

 

  • กลุ่มผ้าดิสก์เบรกราคาถูก ที่มีส่วนผสมของสาร Asbestos หรือที่เรียกกันว่า "ผ้าใบ" จะมีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ คุณสมบัติในการเบรกจะใช้ได้ดี ในความเร็วต่ำ ๆ หรือระยะต้น ๆ แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น ประสิทธิภาพในการเบรกจะลดลงอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ อายุการใช้งานจะสั้น ผ้าดิสก์เบรกหมดเร็ว นอกจากนั้นแร่ใยหินมีผลต่อสุขภาพ ในปัจจุบันจึงมีการใช้น้อยลง

 

  • กลุ่มที่ไม่มีส่วนผสมของสาร Asbestor หรือกลุ่ม Non-organic แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
    ชนิดที่มีส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นโลหะ (Semi-metallic) จะเป็นผ้าดิสก์เบรกของผู้ผลิตจากยุโรปหรืออเมริกา เช่น Bendix, Mintex
    2. ชนิดที่มีส่วนผสมของสารอนินทรีย์อื่น ๆ จะเป็นผ้าดิสก์เบรกของผู้ผลิตจากญี่ปุ่นเช่น Akebono โดยในกลุ่มนี้จะมีราคาที่สูงกว่าผ้าเบรกที่ผสมสาร Asbestos แต่ในเรื่องคุณภาพสัมประสิทธิ์ของความฝืด ความทนทานต่อการสึกหรอ นั้นมีสูงกว่า

 

  • อาการของผ้าเบรกหมดจะสังเกตได้ดังนี้
    มีอาการเบรกต่ำ คือ เมื่อเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่าต่ำกว่าปกติ หรือถ้าเป็นเบรกหลัง (ในบางรุ่น) จะรู้สึกว่าต้องดึงเบรกมือสูงกว่าปกติ นั่นแสดงว่าผ้าเบรกสึกหรอมากแล้ว
    2. มีไฟเตือนโชว์ (ไฟเบรกมือ) ที่ตัวเรือนไมล์ ติดค้างเป็นสีแดง เกิดจากการสึกหรอของผ้าเบรก ที่จับอยู่กับจานเบรก โดยสึกหรอจนบางลงทำให้น้ำมันเบรกในกระปุกต่ำกว่าขีด MIN หน้าคอนแทค ของสวิตช์ไฟในกระปุกน้ำมันไม่ต่อกันไฟจึงโชว์ค้าง
    3. มีเสียงดังเหมือนเหล็กสีกัน ขณะเหยียบเบรก นั่นคือผ้าเบรกได้บางจนถึงตัวเตือนแล้ว (ผ้าเบรกฝั่งที่อยู่ติดกับลูกสูบเบรกจะมีแผ่นเหล็กทำหน้าที่เป็นตัวเตือน) ซึ่งถ้าผ้าเบรกบางน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร แผ่นเหล็กตัวเตือนนี้จึงจะสีกับจานเบรก ทำให้ต้องรีบเปลี่ยนผ้าเบรกทันที

 

จากที่กูรูหลาย ๆ ท่านแนะนำการตรวจเช็กผ้าเบรกคือทุก ๆ 3 เดือนหรือระยะทาง 5,000 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตรวจแปรหลาย ๆ อย่าง สำหรับระบบดิสก์เบรกนั้นผ้าเบรกจะหมดเร็วกว่าระบบดรัมเบรกประมาณ 2 เท่าหรือว่ากันง่าย ๆ คือเปลี่ยนผ้าดิสก์เบรก 2 ครั้ง จึงเปลี่ยนผ้าดรัมเบรก 1 ครั้ง ในบางรายอาจต้องเจียรจานเบรกเพิ่มขึ้นอีกด้วยหากช่างตรวจพบว่าตัวจานเบรก สึกเป็นร่อง เพื่อป้องกันอาการเสียงดังขณะเบรกตามมา


          สิ่งที่ควรปฏิบัติหลังจากเปลี่ยนผ้าเบรกแล้ว ไม่ควรขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง หรือขับตามคันหน้าอย่างกระชั้นชิด เพราะการเบรกไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจไม่ค่อยอยู่เนื่องจากผ้าเบรกต้องมีการปรับหน้าสัมผัสให้เข้ากับจาน เบรกสักระยะหนึ่งก่อน ควรใช้เบรกปกติ ไม่เบรกอย่างรุนแรง เพื่อให้เนื้อผ้าเบรกได้ปรับตัวได้อย่างช้า ๆ ผ้าเบรกจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน และลดปัญหาเรื่องเสียงดังอีกด้วย ทั้งหมดนี้อาจจะดูยุ่งยากเสียหน่อยแต่คุ้มค่ากับความปลอดภัยแน่นอนครับ

 

โดยทั่วไปถ้าเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่  ต้องเจียรจานเบรกทุกครั้งไหม ?

 

เจ้าของรถส่วนใหญ่ ไม่อยากเจียร เพราะเสียดายเนื้อจานเบรก ต้องเสียค่าแรงเพิ่ม(ค่าเจียร) อายุจานเบรกเหลือน้อยลง หรือศูนย์บริการ ส่วนใหญ่แนะให้เจียร เพื่อได้ค่าแรงเพิ่ม ลูกน้องมีงานทำ ที่สำคัญผลงานออกมาดี (เบรกเอาอยู่ ลูกค้าไม่มาด่าตามหลังว่าทำเบรกไม่ดี)
หลักการ:  ผ้าเบรกที่ตั้งขนานกับจานดิสเบรก ทั้ง 2 ฝั่งมีผิวสัมผัสเรียบเนียน หมายถึงพื้นที่จับสัมผัสของ 2 วัสดุจะประกบกันสนิท  เวลาจับเข้าหากัน จะเกิดแรงยึดเหนี่ยวเต็มพื้นที่ ประสิทธิภาพการหยุดชะลอจะทรงประสิทธิภาพสูงสุด 
ความเป็นจริง: จานเบรกที่ใช้งาน ไม่มีอันไหนที่เรียบเนียน มีร่องลึกบ้างตื้นบ้าง ความเรียบเนียนหายไปเท่าไร ความขรุขระจะแทนที่ พื้นที่สัมผัสระหว่างผ้าเบรกกับจานจะลดลงมากเท่าใด ประสิทธิภาพการหยุดจะลดลงมากเท่านั้น

สรุปมี 3 ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการเจียรจานเบรกคือ 

1.ปัจจัยด้านราคา 

2.ปัจจัยด้านวิศวกรรม

3.ปัจจัยด้านความปลอดภัย

 

ปัจจัยที่ 1 ทรงอิทธิพลในอดีต ส่งผลให้มีแนวคิดไม่เจียรจานเบรก แต่เมื่อเข้าสู่ยุคปัจจุบัน จานเบรกมีราคาถูกลง ปัจจัยแรกเริ่มเสื่อมถอย คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจปัจจัยที่ 2 -3 แทน 

 

ปัจจัยที่ 2 เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ใช้รถฉลาดขึ้น ช่างเสาะหาความรู้ เข้าใจหลักการทำงานพื้นฐานของระบบเบรก และทำใจได้ว่า การสึกหรอ เกิดขึ้นทั้ง 2 ฝั่งคือ ผ้าเบรกและจานเบรก ทั้งคู่จึงเป็น อะไหล่สิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา

 

ปัจจัยที่ 3 ระบบเบรกเกี่ยวข้องความปลอดภัยโดยตรง ถ้าไม่เจียร อาจใช้เวลาสักพักกว่าที่ผ้าเบรกกับจานจะประกบกันสนิท (อยู่ที่ชั่วโมงการใช้งาน คุณภาพวัสดุ และความลึกของรอยสึกหรอเดิม) แต่อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ ไม่รอเวลา ทั่งนี้การเจียรจาน หากใช้รถปกติ อาจต้องรอกว่าเข้าที่ 1-3 วันเหมือนกัน แต่ถ้าไม่เจียร จะนานกว่านั้นแน่นอน ถ้ารอยลึกๆ แล้วเจอผ้าเบรกเนื้อแข็งๆ อาจใช้เวลาเป็นเดือนกว่าผ้าเบรกจะผสานกับจานเบรกจนสนิท (หรือหลายๆ วันกว่าเบรกจะได้ที่) ช่วงนั้นเลยต้องขับระวัง อย่าไปจี้ท้ายใคร

สิ่งที่ควรตระหนักเสมอ หลังจากที่นำรถไปทำระบบเบรค ไม่ว่าเปลี่ยนผ้าเบรก เปลียนน้ำมันเบรก หรือระบบใดๆ เกี่ยวกับการหยุดรถ คือ ต้องทำให้ระบบเบรกกลับมาทำงานเต็มร้อยในเวลาอัน สั้น ที่สุด

 

“ ถ้าลังเลในการตัดสินใจ ให้คิดว่ามันคือคืออะไหล่สิ้นเปลืองชิ้นหนึ่ง  การเจียรจานเบรคคือทางลัดสุดที่ทำให้เบรกกลับมาสมบูรณ์ในเวลาอันสั้นสุด หมายถึง คุณและทุกชีวิตบนรถ จะได้รับสิทธิเข้าถึงความปลอดภัย ในเวลาที่รวดเร็วสุดนั้นเช่นกัน

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

http://www.captiva-club.com/cctforum/index.php?topic=19550.0

http://car.kapook.com/view64946.html

โดย : บ้านห้วยขมิ้น 30 ตุลาคม 2559

Scroll to Top